"ปทุมวัน" กันแสง    
                                                                     สารวาทประดิษฐ์

     ที่เอ่ย ที่นี้
มัธยม หอวังฯ เตรียมจุฬา

     ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมานาน
ยอมรับ มศว ปทุมวัน

     บัวตูม

     อวสานสงครามโลกครั้งที่สอง
พลัดที่นาคาที่อยู่พัลวัน

     ต้องระเห็จจากสถานการศึกษา
จำก้มหน้าจากลาทั้งอาลัย

     เสมาธรรมจักรเข้ามาช่วย
ตั้ง ฝค.ตอ. ต่อปัญญา

     นิสิตหลายคณะในจุฬา
ยึดเครื่องหมายที่ระลึกสำหรับตน

     สถาบันการศึกษาก้าวหน้าจัด
คุณวุฒิครูทางอักษร-วิทยาฯ

     บัวบาน

     สองสี่เก้าแปด ปี พ.ศ.
เข้าร่วมกับหลักสูตรอันมงคล

     เบิกขยายผลงานการศึกษา
"ปทุมวัน" บันเทิงระเริงฤทธิ์

     ปฐมเหตุ "บางแสน" ยังไม่พร้อม
ปีต่อมาขาดอัตราหาไม่ทัน

     ทวิเหตุ วศ. พิษณุโลก
ปีแรกเกิดอุปสรรคชงักงาน

     ระยะนี้ "อุบลบาน" สราญรื่น
อุบัติเหตุ ! ยกระดับสถาวร

     บัวโรย

     วศ. ปทุมวันใจนักเลง
ปลดพระเกี้ยวธรรมจักรออกจากกาย

     ด้วยใจซื่อถือสัตย์ตามรัฐขาน
จำใจทุบหน่วยเงินและหน่วยทอง

     อนิจจา !! ต่อมาฟ้าลิขิต
เหลือแต่ปีสอง สาม สี่ ที่บันดาล

     ต่อมาคณาจารย์คณิต-วิทย์
ถูกทอนมือทอนเท้าเข้าบทคลาน

     ปลงให้ตกเถิดพวกเราอย่าเฉาอับ
กรรมใดใดใครก่อขอให้อิง

     แต่เอ๋ยแต่นี้
เป็นหมดที่อุปถัมภ์คิดนำพา

     เขาจะมีดีชั่วติดตัวไป
เรารู้ได้แต่ปวัตติ์ปัจจุบัน

สถานที่รวมแหล่งการศึกษา
ฝค.ตอ. มาพึ่งพากัน

เอื้อเอาภารสานงานการสร้างสรรค์
เข้าเขตขัณฑ์พออาศัยพักพิง เอย

    


มวลชนทั้งผองต้องโศกศัลย์
พวกมันสมองของจุฬาฯ น่าเห็นใจ

ด้วยเข้าเกณฑ์อาญาตามเงื่อนไข
อนาคตเป็นไฉนนะอกอา

เอื้ออำนวยความหวังส่งสง่า
กาลข้างหน้าผ่องใสไร้กังวล

ทะยอยมาเล่าเรียนไม่ฉงน
เป็นพระเกี้ยวปนธรรมจักรสืบต่อมา

ประกาศนียบัตรเป็นสองสาขา
ช่วยประเทืองปัญญาอนุชน

    

ขยายต่อวิชามหาผล
สืบนุสนธ์ วศ. ประสานมิตร

เข้าขั้นปริญญามหาสิทธิ์
ได้เข้าชิดช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

ไม่อ้อมค้อมรับฝากสอนช่วยผ่อนผัน
"ปทุมวัน" ให้ยืมครูไปกู้งาน

ประสบโชคเปิดการศึกษาสถาน
"ปทุมวัน" รับช่วยสานหนทางจร

แสนชื่นมื่นอวยประโยชน์สโมสร
พรบ. ต่อกรมหา'ลัย ?

    

ถึงกริ่งเกรงก็ยังยอมเปลี่ยนเครื่องหมาย
เข้าร่วมใช้ "ตรากร๊าฟ" ตามครรลอง

งดงานสอนภาคค่ำเพื่อสนอง
โอ้! แต่นั้นแสงทองก็เลือนลาน

ให้งดรับนิสิตชั้นมูลฐาน
คงเป็นงาน มศว ปทุมวัน

โอนภารกิจไปยังวิมานสถาน
"อุบลบาน" ถึงคราวร่วงสุดช่วงชิง

ก้มหน้ารับกรรมเก่าที่เข้าสิง
พนักพิงติดหลังท่านผู้นั้นไป

เป็นหมดที่ใฝ่จิตริษยา
เป็นนับว่า "อโหสิกรรม" กัน

เป็นวิสัยกรรมแต่งและสร้างสรรค์
ซึ่งทิ้งอยู่คู่กันกับนามเอย ฯ


                         ศุภฤกษ์เบิกฟ้าพาสุขสันต์
                         พวกเราชาวปทุมวันพลันแจ่มใส
                         ถึงแม้ว่าสถาบันนั้นหมดไป
                         อุดมการณ์ยิ่งใหญ่ยั่งยืนนาน

                                        คณาจารย์ ศิษย์เก่าฯ เราร่วมก่อ
                                        สมาคม ฝค.ตอ., วศ., มศว ขอประสาน
                                        ช่วยสืบทอดการศึกษาพาสราญ
                                        ถึงแม้กาลผ่านไปไม่กังวล

                         สถาบันไม่เนาเรายังอยู่
                         เพื่อเชิดชูเกียรติภูมิซึ่งส่งผล
                         บุคลากรคุณภาพตราบยินยล
                         ศิษย์ทุกคนเข้มแข็งมีแรงใจ

                                            หกสิบกว่าปีแล้วหนาพาใจอ่อน
                                            แสนอาวรณ์สถาบันอันสดใส
                                            ตั้งสองสี่เก้าศูนย์มายังอาลัย
                                            หลอมดวงใจเป็นหนึ่งเดียวเปลี่ยวอาดูร

                          สมาคมศิษย์เก่าฯ เรารวมได้
                          มูลนิธิปทุมวนาลัยไม่ดับสูญ
                          พัฒนาเยาวชนไทยให้ไพบูลย์
                          สุขเพิ่มพูนยิ่งใหญ่ไปนิรันดร์.......

ประกอบ เปรื่องศิลปรัตน์(วศ.11) ประพันธ์
 

เพลงแห่งความหลัง

ศรีปทุมวัน

คำร้อง-ทำนอง(เดิม) ครูเอื้อ สุนทรสนาน
แก้ไขเพิ่มเติมเนื้อร้องใหม่-เรียบเรียงเสียงประสาน สุรพงษ์ ศุภมันตา (วศ.18)

*(ญ) พวกเรา ชาวน้ำเงิน-ชมพู เหล่าฝึกหัดครูเกรียงไกร
มา มาร่วมกายใจ เสริมศักดิ์และศรีไว้ให้คงอยู่
น้องพี่ช่วยกันสรรค์ความดี และงามเทิดนามของครู
งามเด่นน้ำเงิน-ชมพู ต่างคนเชิดชู ฝึกหัดครูทั่วหล้า

(ช) อีกพระเกี้ยวธรรมจักร พวกเราต่างรักบูชา
เหมือนดังหนึ่งชีวา ทุกคนสัญญากันไว้มั่น
พร้อมใจร่วมความสามัคคี มั่นคงทวี ไม่ลืมสัมพันธ์
เทิดเกียรติศรีปทุมวัน ให้ยั่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญดวงใจ

(ญ) มาเถิดมา มะมาเริงร่ากันไป ลำบากมากน้อยเพียงใด ทุกคนยิ้มได้ ไม่สำคัญ
ให้เขานิยมว่าดี ศักดิ์ศรีปทุมวัน เกียรติน้ำเงิน-ชมพูอนันต์ ชั่วกัลป์ชั่วฟ้าดินเอย

(ช) มาเถิดมา มะมาเริงร่า กันไป ลำบากมากน้อยเพียงใด ทุกคนยิ้มได้ ไม่สำคัญ
ให้เขานิยมว่าดี ศักดิ์ศรีปทุมวัน (* *) เกียรติน้ำเงิน-ชมพูอนันต์ ชั่วกัลป์ชั่วฟ้าดินเอย

(ดนตรี-ร้องซ้ำทั้งเพลงอีกครั้ง)

(* *) (ช, ญ) เกียรติน้ำเงิน-ชมพูอนันต์ ชั่วกัลป์ชั่วฟ้าดินเอย
 

ปทุมวันขวัญใจ

คำร้อง-ทำนอง สุนันท์ เพ็งแป้น (แต่งประมาณปี 2508)
เรียบเรียงเสียงประสาน สุรพงษ์ ศุภมันตา (วศ.18)
ขับร้อง นาตยา ตะวันมาศ

แลลิบลิ่วมองทิวแมกไม้
ขอบริมสระน้ำย่ำสนธยา
เห็นบัวปริ่มน้ำใสเย็นฉ่ำใจ
ดังเหมือนว่าวิมานธารา

         ในฤทัยยังจำมั่นไว้
         โอ้ปทุมวันถิ่นอันหรรษา
         มิเคยโศกศัลย์ทั้งวันและคืน
         ยามนิทรายังใฝ่ละเมอ

โอ้ตราพระเกี้ยว
ไม่จืดจางหาย
เราพร้อมใจและจะเชิดชู
ร่วมกันสรรเสริญเทิดทูนทวี
ถึงจะห่างไกลฤทัยไม่คลาย
นามนี้อยู่คู่ดวงใจฉัน
 
ใจยังเพ้อพร่ำ
ซึ้งอุราไม่คลาย
สายธารา
ช่างน่าชื่นชม

ไม่คลายยึดมั่น
ยังตรึงตราติดใจ
ชื่นอุรา
เพ้ออยู่ไม่วาย

และธรรมจักรเราเชิดชูไว้
และน้อมใจกายไว้คู่เคียงกัน
ชมพูน้ำเงิน
ไว้เป็นศรีแห่งเรา
มอบไว้เคียงคู่
ปทุมวันเอย
 

ปทุมวันรวมใจ

คำร้อง ท่าน ศ.ดร.ลมุล รัตตากร, ประกอบ เปรื่องศิลปรัตน์ (วศ.11)
ทำนอง-เรียบเรียง สุรพงษ์ ศุภมันตา (วศ.18)
ขับร้อง พีรยา กลับวงศา

     ปทุมวัน นามนี้ เป็นที่รัก
สถาบัน ผลิตครู ผู้เกริกไกร

     ผองพี่น้อง ทั่วไทย มาร่วมรุ่น
คืนสู่เหย้า ทุกทุกปี ที่ผ่านมา

     ถึงไม่มี ปทุมวันเนา เรายังอยู่
รวมพี่น้อง ร่วมใจ ในปทุมวัน

     ปทุมวัน จับมือกัน ให้แน่นแฟ้น
วันนัดกัน จงด้นดั้น มาเยี่ยมยล

(หมู่) ปทุมวัน จับมือกัน ให้แน่นแฟ้น
วันนัดกัน จงด้นดั้น มาเยี่ยมยล
 
ชนประจักษ์ ยินยาม นามขานไข
อุดมการณ์ ยิ่งใหญ่ ถ่ายทอดมา

แสนอบอุ่น น้ำใจ เป็นหนักหนา
สะท้อนอุรา เหงาชีวี ไม่มีปทุมวัน

ศิษย์เก่าผู้ ร่วมสถาบัน อันมิ่งขวัญ
ร่วมสุขสันต์ สืบสร้าง แนวทางชน

อยู่ไกลแสน สุดขอบฟ้า พนาสนฑ์
เราทุกคน รักมั่น นิรันดร... (ดนตรี)

อยู่ไกลแสน สุดขอบฟ้า พนาสนฑ์
เราทุกคน รักมั่น นิรันดร.............
 

ทไวไลท์ ปทุมวัน

เนื้อร้อง นนท์ ภราดา  ทำนอง(เดิม) ไฉน อนงค์จรรยา
ทำนอง(ใหม่) และเรียบเรียงฯ สุรพงษ์ ศุภมันตา (วศ.18)
ขับร้อง พีรญา กลับวงศา

     โอ้ยามเย็น เห็นเรา เหล่าครูผอง
ทั้งปัญญา เลิศล้ำ อีกน้ำใจ

     ถึงเหนื่อยยาก ลำบากมั่น หมั่นสั่งสอน
เกียรติยศ ศักดิ์ศรี แม้ชีวา

     ร่วมไมตรี มิตรภาพ ตราบอาสัญ
เพื่อสมาน บ้านเมือง เราเฟื่องฟู
 
ถือโคมทอง ส่องทาง สว่างไสว
ทไวไลท์ สัญญาลักษณ์ ประจักษ์ตรา

จะหนาวร้อน อย่างไร ไม่ประสา
หากสิ้นค่า แผ่นดิน คงสิ้นครู

ปทุมวัน คงนาม ไว้งามหรู
เพื่อเชิดชู ชาติไทย ให้ไพบูลย์
 

มาร์ชปทุมวันในดวงใจ

คำร้อง พล.ต.(หญิง) อุษณีย์ เกษมสันต์ (วศ.9)
ทำนอง ผดุง จิระการ

               สถานศึกษายิ่งใหญ่ ศิษย์ยังจำซึ้งใจ
               วิทยาลัยวิชาการศึกษา ปทุมวัน สรรวิทยา
               โดยครูอาจารย์ ใกล้ชิดศิษย์หญิงชาย

                              งามดุจปทุมชาติ พิสุทธิ์พิลาศกิจประกาศมุ่งหมาย
                              เบื้องหน้าแม้ฝ่าอันตราย บัวบานยังท้าทาย
                              หมายยกจิตวิญญาณ

               ติดอาวุธปัญญา แด่มวลประชา ถึงถิ่นทุรกันดาร
               ก้าวไปในห้วงกาล ด้วยความกล้าหาญ เพื่อสืบงานของครู

                              ล่วงมาเวลานี้ ปทุมวันไม่มี สถานที่ให้พวกเราอยู่
                              แต่จิตวิญญาณเชิดชู ศิษย์รุ่นเก่ารับรู้
                              ปทุมวันเรายังอยู่...ในดวงใจ.........................
 

แก้วโกสุมปทุมวัน

คำร้อง-ทำนอง  สุพจน์ เพ็ญจำรัส (วศ. รุ่น 10 แต่งไว้เมื่อปี 2508)
ขับร้อง วงดนตรีสุนทราภรณ์ วินัย จุลบุษปะ

     แก้วโกสุมปทุมวัน
เลื่อมลาวัณย์พรรณราย

     แก้วโกสุมปทุมวัน
ภาพปทุมรุมอารมณ์

     โอ้โกสุมปทุมทอง
จะถนอมจอมสุมาลย์บานบวง

     แก้วโกสุมปทุมวัน
ก่องตระการธารชีวา
 

หยาดแย้มบานประชันบัวสวรรค์พรรณราย
ชวนฝันใฝ่แฝงชม

สุดโสภาลาวัลย์ บรรเจิดฝันเริงรมย์
ร้อนภิรมย์บ่มทรวง

ได้คลอ ตระกอง กอดเคล้าครองพุ่มพวง
ขอพรเทพเสพสรวง คุ้มครองดวงสุดา

ดอกเอ๋ยดวงชีวัน วามสรรค์วิญญาณ์
มิร้างราร่วงโรย (ซ้ำ)
 

ปทุมวันในดวงใจ
                                                                     คำร้อง-ทำนอง  สุพจน์ เพ็ญจำรัส
                                                                      (วศ. รุ่น 10 แต่งปี 2508)

     ปทุมวันในดวงใจ
สวนสวรรค์สร้างศรีดังมั่น

     ปทุมวันอันงามตา
ปทุมวันสวนศรีที่ซึ่งไม่หน่าย

     ได้อาศัยในถิ่นบัวนี้มานาน
ใจตัวจำมั่น ได้มิตรที่ดี สามัคคีปทุมวัน

     ปทุมวันในดวงใจ
ปทุมวันสวนสวรรค์ศักดิ์ศรีมีค่า
 
พร้อมระลึกได้ในความสัมพันธ์ ปทุมวัน
เราทุกคนสมดังฝัน ทรวงผูกพันมิคลาย

ได้เห็นก็พารักคุณค่านานามิวาย
สถาบันนี้เฉิดฉายสมที่หมายปองกัน

แสนสำราญซึ้งซ่านหวานบัว
มีน้ำใจผูกพันทุกชีวันชีวา

หากร้างห่างไกลพร้อมรำลึกได้ในใจทุกครา
มีพระคุณหนักหนา รักตราบดินฟ้ามลาย
 

รำวง วศ.สัมพันธ์

วงดนตรีสนทราภรณ์ ขับร้องหมู่

          (สร้อย)...................
          เราชาว วศ.รวมใจ
          เรานี้สามัคคีกันมา
          เรานี้สามัคคีกันมา

(ช)   วันนี้วันดีว่างจิต
(ญ)  คงความประพฤติเพียรกัน
(ช)   ถึงเรียนเราก็เรียน
(ช)   ถึงรำเรารำได้
          (สร้อย)...................
(ญ)   เราชาว วศ.รักใคร่
(ช)    แดนใดก็รั้วเดียวกัน
(ญ)   ผองเราภูมิหทัย
(ญ)   หนทางนำไปสู่
          (สร้อย)...................
(ช)    เราชาว วศ.ถ้วนหน้า
(ญ)   คงความประพฤติเพียรกัน
(ช)    วิชาเรามั่นคง
(ช)    พร้อมเป็นครูเต็มที่
          (สร้อย)...................
(ญ)   เราชาว วศ.รักชาติ
(ช)    ราชาเทิดเหนือชีวัน
(ญ)   พร้อมเป็นครูที่ดี
(ญ)   ศีลธรรมเราก็เด่น
          (สร้อย)...................

วิทยาลัยวิชาการศึกษา
ผูกพันวิญญาอุราเดียวกัน
ผูกพันวิญญาเหมือนชีวาเดียวกัน

ขอเชิญดวงจิตร่วมมวลมิตรสักวัน
ศีลธรรมคงมั่นมีกตัญญูดี
(ญ)   และพากเพียรกันทั่วไป
(ญ)   อย่างไฉไลใจเริงร่า

ทุกแดนไกลใกล้ ดั่งกอไม้ผูกพัน
รั้วแดนเรานั่นคือร่วมกันเป็นครู
(ช)   สมใจปองเชิดชู
(ช)   เกียรติของครูอันมีค่า

ศีลธรรมมีค่าต้องรักษาอนันต์
ศีลธรรมคงมั่นมีกตัญญูดี
(ญ)   ทั้งทรงคุณที่ดี
(ญ)   ศักดิ์ศรีมีกันทั่วหน้า

ทั้งเทิดทูนศาสน์ดั่งชีวิตทั่วกัน
รัฐธรรมนูญมั่น ใจผูกพันบำเพ็ญ
(ช)   ทั้งมีใจเยือกเย็น
(ช)   เกียรติของเป็นครูภายหน้า
 

ลาแล้ว วศ.

วงดนตรีสุนทราภรณ์  บุศยา รังสี ขับร้อง

          จำร้างไกล วิทยาลัยวิชาการศึกษา
โอ้ลาแล้ว วศ.ชีพขอสลักฤทัย

          อันพระคุณ วิทยาลัยซึ้งทรวงในข้านี้
จากแล้วยังจ่อจิตปวงมวลมิตรเคยเรียน

          ลาขอลา วิทยาลัยพร้อมภูมิใจในศักดิ์ศรี
เกียรติครู อาจารย์ วิชาการคงมั่น
 
ที่ผองข้า ถึงลับไกลตายังไฝ่หาอาลัย
อยู่ไกลแค่ไหนใจผูกพัน

สุดรู้ที่สรร รายวจีทูนเทิดชี้เทียมทัน
ร่วมแหล่ง ห่วงด้วยแรงใจรักกันมา

ข้าฯ พร้อมที่ รักษาความดีคงศักดิ์ศรีชีวัน
ฝังทรวงข้านั้น จนตาย........................
 

ศรีนครินทรวิโรฒ

บรรเลงโดย วง ธนิตสรณ์ (ครูธนิต ผลประเสริฐ)

  * (ญ)  ศรีนครินทรวิโรฒ นี้นามอุโฆษระบือ ชื่อเสียงไกล หาใครเปรียบปาน
     (ช)   องค์พระเจ้าอยู่หัว พระทรงประทาน นามนี้มา เป็นมิ่งขวัญให้
     (ญ)  พวกเรารักบูชา เหมือนดังชีวาดวงใจ
     (ช)   จะคุ้มครองปวงภัยด้วยใจมั่นคง
     (คู่)   ทุกคนเทิดเกียรติ วินัยและศักดิ์ศรีให้ดำรง แหล่งศึกษายืนยงเจริญสุขสันต์

     (ญ)  ศรีนครินทรวิโรฒ ของเรารุ่งโรจน์ทุกครา สามัคคี ไมตรีทั่วกัน
     (ช)   ต้นหลิวทิวสน เหมือนสัญญาผูกพัน ให้รักกัน สัมพันธ์สายใจ
     (ญ)  แปดสาขารวมกัน เป็นสถาบันเกรียงไกร
     (ช)   ชื่อเสียงงามอำไพ สดใสน่ามอง
     (คู่)   รวมกันเราอยู่เป็น ศรีนครินทรวิโรฒเรืองรอง คู่เมืองไทยแดนทอง ผองเราเผ่าไทย
 

ขวัญใจศรีนครินทร์

บรรเลงโดย วง ธนิตสรณ์ (ครูธนิต ผลประเสริฐ)

          ขวัญใจศรีนครินทร์ฤาชา
งามคิ้วคางช่างอ่าองค์

          ขวัญใจศรีนครินทร์ยินยล
ยามเยื้องกรายย้ายย่างมา

        * เจ้างาม ชวนพิศเพลินมอง
ยวนเย้าใจให้หวล

          ขวัญใจศรีนครินทร์ยินเพียง
นางฟ้าใดไม่เทียบเลย
          (ย้อน *)
เจ้างามจับตาน่าลุ่มหลง
ลงมาจากแดนฟ้า

ช่างดลจิตใจใฝ่ฝันหา
พาใจให้เคลิ้มครวญ

เฝ้าปอง นวลน้องละอองนวล
ถึงนวลเนื้อทองเจ้าเอย

ชื่อเสียง ร่ำลือสุดเฉลย
ทรามเชย ศรีนครินทร์
 

ศรีนครินทร์ศรีไทย

บรรเลงโดย วง ธนิตสรณ์ (ครูธนิต ผลประเสริฐ)

          ศรีนครินทรวิโรฒ นามที่อุโฆษ
เป็นศรีไทย ไทยทุกคน ยินและยลงามสมนาม

          สมเป็นมหาวิทยาลัย
เรานิสิต เราพร้อมใจเกียรติวินัยและวิชา

        * ทิวสนแลลิ่วหลิวงามเคียงคู่
ไม่ลืมไมตรีเรานี้ผูกพัน

          ศรีนครินทรวิโรฒ จะต้องรุ่งโรจน์
เราทุกคนจะเทิดทูน และเกื้อกูลให้วิไล
 
ก้องระบือไปทั่วในสยาม
สถาบันได้พระนามประทานมา

คงอยู่คู่ไทยในแหลมทองไม่มีโรยรา
สามัคคีและเมตตากันและกัน

รวมน้ำใจเราอยู่ไว้ให้คงมั่น
ต่อกันด้วยสายใจ

ต้องแสงประเทืองรุ่งเรืองต่อไป
สถาบันคงคู่ไทยไปชั่วกาล     (*)
 

สุ๋ปณิธาน

เนื้อร้อง กฤช บุญ-หลง (วศ.17)
ทำนองและเรียบเรียง สุรพงษ์ ศุภมันตา (วศ.18)

       * เราจะเดิน ก้าวไป ไม่หยุดยั้ง
เราจะ สืบทอด เจตนาใจ

          เสริมศักดิ์ศรี สร้างสรรค์ อุดมการณ์
เทิดน้ำเงิน ชมพู คู่ปฐพี
          (ย้อน *)
         
          เทิดน้ำเงิน ชมพู คู่ปฐพี
 
เราจะตั้ง ปณิธาน ที่ยิ่งใหญ่
ปทุม วนาลัย ใฝ่ทำดี

สืบสาน สร้างตำนาน ให้เต็มที่
ปทุมวัน นามนี้ เคียงคู่ไทย


ปทุมวัน นามนี้ เคียงคู่ไทย